
เปลี่ยนกระดาษเป็นเรื่องเล่า: ปลุกจินตนาการผ่านตุ๊กตากระดาษ
ชวนพ่อแม่และคุณครูใช้ตุ๊กตากระดาษเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก การคิด การใช้ภาษา และจินตนาการของเด็ก
ถ้าย้อนกลับไปในวัยเด็ก ของเล่นที่ทำให้เด็กคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่ได้นาน ๆ อาจไม่ใช่ของเล่นราคาแพงหรือของเล่นที่มีกลไกซับซ้อนเลยค่ะ บางครั้งเป็นเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น มีตุ๊กตาหนึ่งตัว เสื้อ กระโปรง กางเกง หมวก และของชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เราค่อย ๆ ตัดออกมา แล้วนำมาแต่งตัวให้ตุ๊กตาตามใจชอบ
ของเล่นแบบนี้ เด็กสมัยก่อนหลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีในชื่อ “ตุ๊กตากระดาษ”
ครูแหม่มคิดว่าเสน่ห์อย่างหนึ่งของตุ๊กตากระดาษ คือมันไม่ได้บอกเราว่าต้องเล่นอย่างไรตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะเราอยากให้ตุ๊กตาใส่ชุดไหนก็เลือกเอง อยากให้ไปเที่ยว ไปโรงเรียน ไปงานเลี้ยง หรือจะสมมติให้เป็นคุณครู คุณหมอ นักสำรวจ เจ้าหญิง หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในจินตนาการก็ได้ ตุ๊กตาตัวเดิมจึงสามารถเปลี่ยนเป็นตัวละครใหม่ได้ทุกวัน
ทุกวันนี้ตุ๊กตาของเด็ก ๆ พัฒนาไปไกลกว่าในสมัยก่อนมากค่ะ เรามีตุ๊กตาที่ทำอะไรได้คล้ายเด็กจริง ๆ มากขึ้น ทั้งป้อนอาหาร ดื่มน้ำหรือนม เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือแม้แต่เปลี่ยนผ้าอ้อม บางรุ่นยังมีอุปกรณ์เสริมให้เล่นอีกมากมาย แน่นอนว่าของเล่นเหล่านี้สร้างประสบการณ์การเล่นที่สนุกและสมจริงขึ้น แต่ก็มักมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นตามรายละเอียดและลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามา
เมื่อหันกลับมามองตุ๊กตากระดาษ ของเล่นที่ดูแสนธรรมดาและแทบไม่มีกลไกอะไรเลย กลับมีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง เพราะหลายสิ่งไม่ได้ถูกทำมาให้เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่แรก เด็กยังต้องใช้มือของตัวเองตัด พับ เลือกชุด และคิดต่อว่าอยากให้ตุ๊กตาตัวนี้เป็นใครหรือกำลังทำอะไร
และเมื่อมองจากสายตาของคนเป็นพ่อแม่หรือครู เราอาจเริ่มเห็นว่า ระหว่างที่เด็กกำลังสนุกกับตุ๊กตากระดาษนั้น มีการเรียนรู้เล็ก ๆ ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด ค่ะ
สร้างสรรค์ด้วยการออกแบบ ตัด พับ ระบายสี สนุกไปกับตุ๊กตากระดาษ
กิจกรรมนี้เริ่มต้นได้ง่ายมากค่ะ เราอาจเตรียมแบบตุ๊กตากระดาษหนึ่งตัว พร้อมเสื้อผ้าและเครื่องประดับหลาย ๆ แบบ ที่ไม่มีลวดลาย ให้เด็กเติมลวดลายบนชุด เลือกสีที่ชอบ ระบายสีตามจินตนาการ แล้วค่อย ๆ ใช้กรรไกรตัดตุ๊กตาและเสื้อผ้าออกมาตามเส้น
สำหรับผู้ใหญ่ การตัดกระดาษตามเส้นอาจเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับเด็กแล้ว มือทั้งสองข้างกำลังทำงานประสานกันอย่างตั้งใจ มือหนึ่งจับและค่อย ๆ หมุนกระดาษ ขณะที่อีกมือควบคุมกรรไกร สายตาก็คอยมองตามแนวเส้นไปพร้อมกัน
เส้นตรงอาจตัดได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อเจอแขนเสื้อ กระโปรง หรือหมวกที่มีส่วนโค้ง เด็กก็ต้องค่อย ๆ ชะลอมือ ใช้สมาธิ และพยายามควบคุมกรรไกรมากขึ้น บางครั้งอาจตัดเลยเส้น ชุดเบี้ยวไปบ้าง หรือแถบกระดาษสำหรับพับอาจเผลอขาด ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ตุ๊กตาออกมาสวยเหมือนแบบทุกอย่าง แต่คือการที่เด็กได้ลองและลงมือทำด้วยตัวเอง
สำหรับเด็กเล็ก ผู้ใหญ่อาจเลือกกรรไกรปลายมนที่เหมาะกับวัย และนั่งอยู่ใกล้ ๆ ในช่วงที่เด็กกำลังตัดส่วนโค้งหรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ หากตรงไหนยากเกินไป เราอาจช่วยจับกระดาษหรือช่วยตัดเฉพาะส่วนนั้น โดยยังปล่อยให้เด็กได้ลองทำส่วนที่เขาทำได้ด้วยตัวเองค่ะ

การตัดและพับชิ้นส่วนเล็ก ๆ ช่วยให้เด็กได้ฝึกใช้มือและสายตาอย่างประสานกัน
สำหรับเด็กที่โตขึ้น เราอาจเพิ่มความสนุกด้วยการไม่ต้องเตรียมทุกอย่างให้สำเร็จ ลองเปิดพื้นที่ให้เด็กได้วาดและออกแบบเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับของตัวเอง จากนั้นจึงระบายสี ตัด และพับเพื่อนำมาแต่งให้ตุ๊กตา กิจกรรมก็จะขยับจากการทำตามแบบ ไปสู่การสร้างสรรค์ในแบบของเด็กแต่ละคน
ระหว่างที่เด็กกำลังสนุกกับการวาด ระบายสี ตัด และพับกระดาษ มือเล็ก ๆ ก็กำลังทำงานไปพร้อมกัน ทั้งการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับสายตา การควบคุมน้ำหนักมือ และความแม่นยำ โดยที่สำหรับเด็กแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รู้สึกเหมือนกำลัง “ฝึกทักษะ” เลยค่ะ เพราะสิ่งที่เขารู้สึกในเวลานั้นก็คือ กำลังสนุกกับการสร้างตุ๊กตาของตัวเอง
“วันนี้ตุ๊กตาจะใส่ชุดไหนดีนะ”
คำพูดนี้เป็นคำที่ครูแหม่มได้ยินจากลูกสาวอยู่บ่อย ๆ เวลาที่มีตุ๊กตาและเสื้อผ้าวางอยู่ตรงหน้า เพราะทันทีที่เริ่มเลือกชุด ความสนุกอีกแบบก็เริ่มขึ้นแล้วค่ะ
เด็กจะหยิบชุดนั้นมาลอง วางชุดนี้เทียบกับตัวตุ๊กตา เปลี่ยนใจแล้วกลับไปเลือกชุดเดิม หรือบางครั้งก็หยิบเสื้อจากชุดหนึ่งมาจับคู่กับอีกชุดหนึ่ง
สิ่งที่ผู้ใหญ่อาจมองว่าเป็นเพียงการ “เลือกเสื้อผ้า” สำหรับเด็กกลับเต็มไปด้วย การคิดและตัดสินใจ
- ถ้าวันนี้ตุ๊กตาจะไปโรงเรียน ควรใส่ชุดอะไร
- ถ้าจะออกไปเที่ยวล่ะ
- ถ้าอากาศหนาวต้องเพิ่มอะไรอีกไหม
- หรือถ้าตุ๊กตาจะไปงานวันเกิดของเพื่อน เธออยากแต่งตัวแบบไหน
เราไม่จำเป็นต้องรีบบอกคำตอบให้เด็กค่ะ ลองปล่อยให้เขาเลือกเอง แล้วถามต่อเพียงเล็กน้อยว่า
“ทำไมหนูถึงเลือกชุดนี้ให้เขานะ”
คำตอบของเด็กอาจทำให้ผู้ใหญ่ประหลาดใจก็ได้ เพราะสิ่งที่เด็กกำลังทำไม่ใช่เพียงเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่กำลังเชื่อมโยงเสื้อผ้าเข้ากับสถานการณ์ คิดหาเหตุผล และอธิบายความคิดของตัวเองออกมาเป็นคำพูด

การเลือกชุดเปิดโอกาสให้เด็กคิด ตัดสินใจ และอธิบายเหตุผลของตนเอง
และหลายครั้ง การเลือกชุดก็ไม่ได้จบอยู่แค่เรื่องเสื้อผ้า เพราะเมื่อเด็กเริ่มคิดว่า “ตุ๊กตาจะไปไหน” เรื่องราวของตัวละครก็มักจะตามมาด้วย
เรื่องราวที่เด็กสร้างจากจินตนาการ
เมื่อเล่นไปสักพัก ตุ๊กตากระดาษมักไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ
เด็กอาจตั้งชื่อให้ตุ๊กตา บอกว่าอายุเท่าไร บ้านอยู่ที่ไหน วันนี้กำลังจะไปไหน หรือกำลังจะไปพบใคร จากนั้นเรื่องราวก็ค่อย ๆ เกิดขึ้น
“วันนี้น้องจะไปโรงเรียน”
“แล้วน้องจะเอาอะไรไปโรงเรียนด้วย”
“เอาหนังสือกับกระเป๋าค่ะ”
เพียงบทสนทนาสั้น ๆ เราก็สามารถต่อยอดการเล่นออกไปได้อีกมาก เด็กอาจวาดกระเป๋าเพิ่ม ทำหนังสือเล่มเล็ก ๆ จากเศษกระดาษ วาดห้องเรียนให้ตุ๊กตา หรือสร้างเพื่อนอีกหนึ่งตัวขึ้นมาเล่นด้วยกัน
ถ้าเด็กอยากเก็บเรื่องที่แต่งขึ้นมาไว้เป็นผลงานของตัวเอง เราอาจชวนเขาต่อยอดเป็น “นิทานหน้าเดียว กิจกรรมเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์” ให้เด็กเลือกภาพ วางเหตุการณ์ และเล่าเรื่องสั้น ๆ ตามจินตนาการของตัวเองก็ได้ค่ะ
จากกระดาษไม่กี่แผ่น จึงค่อย ๆ กลายเป็นโลกใบหนึ่งที่เด็กเป็นคนสร้างขึ้นเอง

ตุ๊กตากระดาษกลายเป็นตัวละคร เมื่อเด็กเริ่มแต่งเรื่องและเล่นบทบาทสมมติ
และในโลกใบนั้น เด็กกำลังฝึกเล่าเรื่อง เรียบเรียงเหตุการณ์ ใช้ภาษา และนำประสบการณ์ที่เคยพบเห็นในชีวิตจริงมาผสมกับจินตนาการของตัวเอง
บางครั้งเรายังอาจได้ยินเรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าจะออกมาจากตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ตัวนี้เลยก็ได้ วันนี้ตุ๊กตาอาจเป็นคุณหมอ พรุ่งนี้เป็นนักบิน วันต่อมาอาจเดินทางไปอวกาศ หรือบางทีอาจใส่ชุดนอนไปเดินป่ากับกระต่ายก็ได้
หรือถ้าเด็กอยากมีฉากสำหรับพาตัวละครออกไปเล่าเรื่อง เราอาจลองทำ “กิจกรรมสื่อเล่านิทาน โรงละครกระดาษ ต้อนรับวันฮาโลวีน” แล้วนำตุ๊กตากระดาษมาเล่นร่วมกับฉาก เพื่อให้เรื่องราวขยับไปได้อีกแบบหนึ่งค่ะ
สำหรับผู้ใหญ่ เรื่องบางเรื่องอาจดูไม่สมเหตุสมผล แต่ในโลกของเด็ก จินตนาการไม่จำเป็นต้องเดินตามกฎของผู้ใหญ่เสมอไปค่ะ
ไม่จำเป็นต้องบอกว่าอะไรถูกหรือผิด
ครูแหม่มคิดว่าส่วนสำคัญของกิจกรรมแบบนี้ คือการให้เด็กมี พื้นที่สำหรับคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง
หากเด็กเลือกหมวกที่ดูไม่เข้ากับชุด เราไม่จำเป็นต้องรีบบอกว่า “อันนี้ไม่เข้ากันนะ” หรือถ้าเด็กระบายเสื้อเป็นสีที่เราไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ให้เป็นสีที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะกิจกรรมนี้ไม่ได้กำลังทดสอบว่าเด็กแต่งตัวเป็นหรือไม่ แต่กำลังเปิดพื้นที่ให้เขาได้คิดว่า “ฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้”
การได้เลือกด้วยตัวเองในเรื่องเล็ก ๆ เป็นโอกาสให้เด็กค่อย ๆ ฝึกคิดและตัดสินใจ รวมถึงได้เห็นว่าความคิดที่อยู่ในหัวของตัวเองสามารถค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้
ยิ่งถ้าเราเปิดโอกาสให้เด็กออกแบบเสื้อผ้าเพิ่มเอง ความสนุกก็ยิ่งมากขึ้นค่ะ ลองยื่นกระดาษเปล่าให้สักแผ่นแล้วถามว่า
“ถ้าหนูออกแบบชุดใหม่ให้ตุ๊กตาได้หนึ่งชุด หนูอยากทำชุดอะไร”
จากชุดที่มีอยู่ไม่กี่แบบ เด็กก็สามารถสร้างเสื้อผ้าเพิ่มได้อีกไม่รู้จบ บางคนอาจออกแบบชุดอาชีพในฝัน บางคนทำชุดสัตว์ บางคนสร้างชุดแฟนซี หรืออาจมีเครื่องประดับแปลก ๆ ที่ผู้ใหญ่คิดไม่ถึง
ตรงนี้เองที่ตุ๊กตากระดาษเริ่มเปลี่ยนจากของเล่นที่มีแบบเตรียมไว้ให้ มาเป็นของเล่นที่เด็กได้เติมความคิดของตัวเองลงไป
พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสอนตลอดเวลา
เวลาเล่นกิจกรรมสร้างสรรค์กับเด็ก บางครั้งผู้ใหญ่อาจเผลอคิดว่าเราต้องคอยสอน ต้องอธิบาย หรือทำตัวอย่างให้เด็กทำตาม
แต่กับตุ๊กตากระดาษ ครูแหม่มอยากชวนให้ลองเปลี่ยนบทบาทดูค่ะ
แทนที่จะเป็นคนบอกว่าเด็กต้องทำอะไร ลองเป็นคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และชวนคุยด้วยคำถามง่าย ๆ
“ตุ๊กตาของหนูชื่ออะไร”
“วันนี้เขากำลังจะไปไหน”
“แล้วเราต้องเตรียมอะไรให้เขาบ้าง”
“ถ้าไม่มีชุดที่อยากได้ เราทำเพิ่มเองดีไหม”
คำถามเหล่านี้ช่วยให้การเล่นเดินต่อไปได้ โดยที่ ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนกำหนดเรื่องราว
หากเด็กยังไม่ตอบในทันที ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องรีบถามซ้ำหรือเสนอคำตอบให้ค่ะ ลองเว้นจังหวะให้เด็กได้คิด หรือเพียงพูดตามสิ่งที่เด็กกำลังทำ เช่น “หนูกำลังลองชุดสีแดงให้น้องอยู่” บางครั้งคำพูดสั้น ๆ แบบนี้ก็ช่วยให้เด็กค่อย ๆ เล่าเรื่องของตัวเองต่อได้

ผู้ใหญ่ช่วยประคองการเล่นด้วยคำถามและการสาธิต โดยไม่รีบทำแทนเด็ก
และบางครั้ง สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้เด็กเล่นด้วยตัวเองบ้างค่ะ เราอาจนั่งอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยทุกครั้งที่กระดาษพับไม่ตรง หรือรีบทำแทนเมื่อเด็กตัดส่วนโค้งไม่ได้
ให้เวลาเขาลองอีกสักครั้ง

เมื่อชิ้นงานยังไม่เป็นอย่างใจ การได้ลองอีกครั้งก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
เพราะช่วงเวลาที่เด็กกำลังพยายามคิดว่า “จะทำอย่างไรดีนะ” ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เช่นเดียวกัน
ของเล่นง่าย ๆ ที่เล่นต่อได้ไม่รู้จบ
ข้อดีอย่างหนึ่งของตุ๊กตากระดาษ คือ เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียว ค่ะ
วันนี้เด็กอาจอยากลองทำตุ๊กตาหนึ่งตัวกับเสื้อผ้าสองสามชุด พรุ่งนี้อยากได้ชุดใหม่ก็ค่อยวาดเพิ่ม วันต่อมาอาจทำบ้าน เตียง โต๊ะ กระเป๋า หรือสัตว์เลี้ยงเพิ่มให้ตุ๊กตา
เมื่อเด็กเริ่มสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามความสนใจของเขาเอง และของเล่นที่เริ่มต้นจากกระดาษไม่กี่แผ่นก็อาจมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่หยิบกลับมาเล่น
พ่อแม่อาจเตรียมกล่องหรือซองเล็ก ๆ ไว้ให้เด็กเก็บตุ๊กตา เสื้อผ้า และเครื่องประดับต่าง ๆ หลังเล่นเสร็จ นอกจากช่วยให้ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ไม่สูญหายแล้ว เด็กยังได้ฝึกเก็บและดูแลของเล่นที่ตัวเองทำขึ้นด้วย

การแยกเก็บตุ๊กตาและเสื้อผ้า ช่วยให้เด็กกลับมาต่อยอดเรื่องราวได้ในวันถัดไป
วันไหนอยากเล่นก็นำกลับออกมา แล้วเรื่องราวใหม่ก็เริ่มต้นได้อีกครั้ง
และถ้าอยากลองเปลี่ยนจากกระดาษไปใช้วัสดุใกล้ตัว เด็ก ๆ ยังสามารถชวนกันทำ “ตุ๊กตา D.I.Y. จากช้อนไม้ กิจกรรมเสริมสร้างจินตนาการสำหรับเด็ก” แล้วนำมาเป็นตัวละครชุดใหม่สำหรับแต่งเรื่องและเล่นบทบาทสมมติต่อได้ค่ะ
นี่อาจเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ของเล่นเรียบง่ายอย่างตุ๊กตากระดาษยังคงน่าสนใจ แม้โลกของเด็กวันนี้จะมีของเล่นและเทคโนโลยีให้เลือกมากกว่าในอดีตมากก็ตาม เพราะสิ่งที่เด็กได้รับ อาจมากกว่าตุ๊กตาหนึ่งตัว
เมื่อมองจากภายนอก เราอาจเห็นเด็กคนหนึ่งกำลังนั่งตัดกระดาษ ระบายสี และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตุ๊กตา
แต่ถ้าลองมองให้นานขึ้นอีกนิด เราจะเห็นมือเล็ก ๆ ที่กำลังฝึกควบคุมกรรไกร เห็นเด็กคนหนึ่งกำลังคิดว่าจะเลือกอะไร กำลังตัดสินใจว่าตัวละครของตัวเองควรเป็นแบบไหน และกำลังใช้คำพูดเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจินตนาการให้คนอื่นฟัง
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นระหว่างคำง่าย ๆ เพียงคำเดียวว่า “เล่น”
ครูแหม่มจึงคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกการเล่นกลายเป็นบทเรียน และไม่จำเป็นต้องบอกเด็กตลอดเวลาว่า สิ่งที่กำลังทำจะช่วยพัฒนาทักษะอะไร
สำหรับเด็กแล้ว วันนี้เขาอาจเพียงกำลังสนุกกับการมีตุ๊กตากระดาษเป็นของตัวเอง
แต่สำหรับพ่อแม่ที่นั่งมองอยู่ใกล้ ๆ เราจะเห็นว่า ระหว่างที่ลูกกำลังตัดกระดาษ เลือกชุด คิดเรื่องราว และพูดคุยกับตัวละครตัวเล็ก ๆ นั้น มือกำลังทำงาน ความคิดกำลังทำงาน ภาษากำลังค่อย ๆ เติบโต และจินตนาการกำลังพาเขาไปยังสถานที่ที่เราอาจคาดไม่ถึง
บางทีของเล่นที่เปิดพื้นที่ให้เด็กได้มากที่สุด อาจไม่ใช่ของเล่นที่ทำอะไรได้มากที่สุด แต่อาจเป็น ของเล่นธรรมดา ๆ ที่ยังเหลือพื้นที่ให้เด็กเป็นคนคิด ว่า จะทำอะไรกับมันต่อไป
และตุ๊กตากระดาษหนึ่งตัว ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นที่เล็ก ๆ แบบนั้นได้ค่ะ
จากที่ครูแหม่มกล่าวมา หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มนึกสนุกและอยากลองชวนลูกกลับมาเล่นของเล่นง่าย ๆ แบบที่เราเคยเล่นกันในวัยเด็ก ครูแหม่มและทีมงานได้เตรียมแพตเทิร์นตุ๊กตากระดาษพร้อมเสื้อผ้าน่ารัก ๆ ไว้ให้เด็ก ๆ ได้ลองนำไปเล่นกันด้วยค่ะ
เพียงพิมพ์แพตเทิร์นออกมา ก็ชวนเด็กเริ่มต้นจากการเลือกตัวละคร ค่อย ๆ ตัดตุ๊กตาและเสื้อผ้าแต่ละชิ้นออกมาตามเส้นปะ จากนั้นพับแถบกระดาษเล็ก ๆ บริเวณเสื้อผ้า เพื่อนำไปสวมและสลับชุดให้กับตุ๊กตาได้ตามต้องการ สำหรับเด็กเล็กที่ยังใช้กรรไกรไม่คล่อง คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยในส่วนที่ตัดยากหรือมีส่วนโค้งมาก ๆ แล้วปล่อยให้เด็กลองทำส่วนที่เหมาะกับวัยของเขาเอง สำหรับเด็กโตสามารถออกแบบชุดใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองเลยนะคะ หากอยากวาดเพิ่มก็วาด อยากสร้างตัวละครใหม่ก็ลองสร้าง อยากทำบ้าน ห้องนอน โรงเรียน ร้านขายของ หรือพาตุ๊กตาออกไปผจญภัยในเรื่องราวที่คิดขึ้นเองก็ได้ เพราะยิ่งเด็กต่อยอดออกไปจากสิ่งที่มีอยู่มากเท่าไร ของเล่นชิ้นนี้ก็ยิ่งกลายเป็นของเล่นที่มีเรื่องราวเฉพาะของเด็กคนนั้นมากขึ้นเท่านั้น คุณพ่อคุณแม่อาจลองนั่งทำไปพร้อมกับลูกด้วยก็สนุกดีนะคะ ลองเลือกตุ๊กตาคนละตัว ช่วยกันคิดชุดใหม่ หรือผลัดกันแต่งเรื่องว่า วันนี้ตัวละครของเราจะไปทำอะไร จากกิจกรรมที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้ลูก อาจกลายเป็นช่วงเวลาสบาย ๆ ที่พ่อแม่กับลูกได้นั่งตัดกระดาษ พูดคุย หัวเราะ และสร้างเรื่องราวร่วมกัน



